img-0-20191130125172.jpg

หงส์ไร้’ฟาบินโญ่’ยังข่มไบรจ์ตัน,ค้อนกำลังน่วมต้องเจอสิงห์…ปรีวิวพรีเมียร์ลีก

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (19:30 น.)
นิวคาสเซิ่ลได้ฟาเบียน ชาร์กับฟลอริยอง เลอเฌินฟิตกลับมาและอาจส่งลงสนาม แต่จะอดใช้เดอันเดร เยดลินเพราะมีอาการเจ็บสะโพก

แมตต์ ริทชี่จะต้องพักรักษาตัวไปจนถึงช่วงปลายเดือนมกราคมเลย เพราะเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดที่ข้อเท้ารอบสอง

ส่วนแมนฯ ซิตี้ต้องปรับเปลี่ยนไลน์อัพจากเกมที่ชนะเชลซีในสัปดาห์ก่อนอย่างน้อยก็ตำแหน่งนึง เนื่องจากแซร์จิโอ อเกวโร่มีอาการเจ็บต้นขารบกวน

นอกนั้นพวกเขาก็ยังขาดโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, อายเมอริค ลาปอร์ตและเลรอย ซาเน่ที่ต้องพักรักษาตัวอีกนาน

เก็บตกสถิติเล็กน้อย
– หนก่อนที่เจอกันนิวคาสเซิ่ลเป็นฝ่ายชนะ ทำให้”สาลิกาดง”มีลุ้นปราบแมนฯ ซิตี้ 2 เกมติดต่อกันเป็นหนแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2003

– นอกจากนี้นิวคาสเซิ่ลยังมีฟอร์มแกร่งในบ้านไม่แพ้ใครมา 5 นัดติดในลีก(ชนะ 2 เสมอ 3)

เบน ฟรีคิกฟันธง : แมนฯ ซิตี้ชนะ 3-0

เบิร์นลี่ย์ – คริสตัล พาเลซ (22:00 น.)
เบิร์นลี่ย์ไม่มีแอชลี่ย์ เวสต์วูดให้ใช้งานในเกมนี้เพราะสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบติดโทษแบน

การขาดหายไปของเขาหมายว่าความแดนนี่ ดริงก์วอเตอร์อาจมีชื่อในทีมเป็นหนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม

พาเลซจะไม่มีโจเอล วอร์ดที่พักจนถึงปีใหม่เพราะเจ็บหัวเข่า เท่ากับว่ามาร์ติน เคลลี่เตรียมลงมาทำหน้าที่ในตำแหน่งแบ็คขวาแทน

ส่วนแกรี่ เคฮิลล์ต้องลุ้นหน่อยเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวเข่าเล็กน้อย

เบน ฟรีคิกฟันธง : เสมอ 2-2

เชลซี – เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (22:00 น.)
เชลซีจะไม่มีแทมมี่ อับราฮัมล่าตาข่ายในเกมนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บสะโพกที่เกิดขึ้นในเกมเจอบาเลนเซียเมื่อกลางสัปดาห์

อันโตนิโอ รูดิเกอร์กับรอส บาร์คลี่ย์กลับมาลงซ้อมจากที่หายหน้าไปเพราะเจ็บ ขณะที่อัลลัน ฮัดสัน-โอดอยจะต้องเช็คอาการกันหน่อยเพราะเจ็บแฮมสตริงมาก่อนหน้านี้

เวสต์แฮมไม่มีอิสซา ดิย็อปให้ใช้เพราะสะสมใบเหลืองครบแล้วเลยติดโทษแบน ส่วนแจ๊ค วิลเชียร์และมานูเอล ลันซินี่รักษาตัวกันต่อไป

โรแบร์โต้นายด่านมือสองทำพลาดบ่อยในช่วงที่ผ่านมา เดวิด มาร์ตินมือสามเลยอาจได้ประเดิมสนามเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีกแทน

เก็บตกสถิติเล็กน้อย
– เชลซีไม่แพ้คาบ้านให้เวสต์แฮมมา 13 นัดติดต่อกันในลีก(ชนะ 9 เสมอ 4)

– เวสต์แฮมยังเอาชนะเชลซีได้แค่นัดเดียวจาก 7 เกมหลังสุดที่เจอกันในลีก ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของเดวิด มอยส์เมื่อเดือนธันวาคม 2017

– นอกจากนี้เวสต์แฮมยังหาชัยชนะในเกมลีกไม่เจอมา 7 นัดแล้ว(เสมอ 2 แพ้ 5)

เบน ฟรีคิกฟันธง : เชลซีชนะ 2-0

ลิเวอร์พูล – ไบรจ์ตัน (22:00 น.)
ลิเวอร์พูลหมดสิทธิ์ใช้งานฟาบินโญ่เพราะนอกจากติดโทษแบนในเกมนี้แล้ว เขายังบาดเจ็บพักยาวจนถึงปีใหม่

นาบี้ เกอิต้าพลาดเกมพบนาโปลีเมื่อกลางสัปดาห์เพราะมีอาการป่วย แต่จะกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง

ไบรจ์ตันอาจไร้ซอลลี่ มาร์ชที่ต้องรักษาอาการเกี่ยวกับขาหนีบ แต่อารอน คอนนอลลี่ฟื้นตัวจากอาการเดียวกันกลับมาแล้ว

ลูวิส ดังก์กองหลังกัปตันทีมก็พ้นจากโทษแบนพร้อมลงสนามอีกครั้งเหมือนกัน

เก็บตกสถิติเล็กน้อย
– ลิเวอร์พูลชนะไบรจ์ตันมา 7 เกมรวดในทุกรายการ ยิงได้ถึง 22 ประตูและเสียไปเพียงแค่ 5 ลูกเท่านั้นเอง

– หนสุดท้ายที่ไบรจ์ตันเอาชนะลิเวอร์พูลได้ต้องย้อนไปเกมเอฟเอ คัพเมื่อปี 1984 โน่นเลย

เบน ฟรีคิกฟันธง : ลิเวอร์พูลชนะ 3-0

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ – บอร์นมัธ (22:00 น.)
สเปอร์สยืนยันแล้วว่าเบน เดวี่ส์จะพักรักษาตัวไประยะนึง หลังมีอาการเจ็บข้อเท้ามาจากเกมที่ชนะเวสต์แฮมสัปดาห์ก่อน

เอริค ลาเมล่า, อูโก้ ญอริสและมิเชล ฟอร์มยังต้องรักษาตัวกันต่อไป

บอร์นมัธไม่มีโจชัว คิงให้เลือกใช้อีกแล้วเพราะปัญหาเจ็บแฮมสตริง ขณะที่ไรอัน เฟรเซอร์ก็ต้องรอดูอาการเจ็บขา

ซิม่อน ฟรานซิสและฟิลิป บิลลิ่งต่างติดโทษแบนกันทั้งคู่ แต่โดมินิค โซลันกี้สแกนแฮมสตริงแล้วได้รับไฟเขียวให้มีส่วนร่วมได้

เก็บตกสถิติเล็กน้อย
– สเปอร์สกวาดชัยรวด 4 นัดที่เปิดรังเหย้าเจอบอร์นมัธในพรีเมียร์ลีก แถมยิงไปถึง 13 ลูกและไม่เสียเลยสักประตู

– สเปอร์สยังมีลุ้นเก็บชัยชนะ 2 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นหนแรกของฤดูกาลด้วย

เบน ฟรีคิกฟันธง : สเปอร์สชนะ 3-1

เซาแธมป์ตัน – วัตฟอร์ด (00:30 น.)
โซฟิยาน บูฟาลของเซาแธมป์ตันดวงไม่ดีทำท่าจะพลาดเกมนี้เพราะหัวแม่เท้าของเขาไปจูบกับโต๊ะอาหารที่บ้าน

สจวร์ต อาร์มสตรองหมดโอกาสลงเล่นหลังมีปัญหาเกี่ยวกับแฮมสตริง แต่ยานนิค เวสเตอร์การ์ดฟื้นไข้พร้อมให้ใช้งาน

วัตฟอร์ดมีกองหลังเจ็บตัวไปอีกคน เคร็ก ดอว์สันได้แผลที่หัวจากสัปดาห์ก่อนต้องเย็บไปหลายเข็ม ส่วนโรแบร์โต้ เปเรย์ร่ามีปัญหาเกี่ยวกับต้นขานิดหน่อยอาจไมไ่ด้ออกสตาร์ท

นอกนั้นคริสเตียน คาบาเซเล่, ดารีล ยานมัท, เซบาสเตียน โพรเดิล, ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์, แดนนี่ เวลเบ็คและดาเนียล บัคมันน์ยังพักข้างสนามเหมือนเดิม

เบน ฟรีคิกฟันธง : เสมอ 1-1

เนื้อหาจากsoccersuck.in.th

ขอบคุณเนื้อหาจาก Soccersuck.in.th
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1829340