img-94067-20190923630446

เสียวท้ายเกม “ลิเวอร์พูล” บุกเฉือนเชลซี 2-1 นำจ่าฝูงหล่อ

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น บุกมาชนะ เชลซี ถึงถิ่น 2-1 นำจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อไป

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. คู่ที่น่าสนใจ “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง

เปิดฉากครึ่งแรกมานาทีที่ 11 เชลซีได้ลุ้น จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ กระชากบอลขึ้นมาฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลาง แต่ แทมมี อับราฮัม ชาร์ตไม่โดน ก่อนที่แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จะเคลียร์ทิ้งไปได้

จากนั้นนาทีที่ 14 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษฝั่งซ้าย โมฮาเหม้ด ซาลาห์ ตอกส้นให้ เทรนต์ อเล็กซานดอร์ อาร์โนลด์ ซัดเสียบมุมเข้าไปอย่างเฉียบขาด

ถัดมา 10 นาที โอกาสของเชลซี เมื่อ แทมมี อับราฮัม หลุดเดี่ยวไปยิงในเขตโทษ แต่ อาเดรียน เซฟออกไปได้อย่างสุดยอด

ถึงนาทีที่ 30 ลิเวอร์พูล หนีเป็น 2-0 จากจังหวะได้ฟรีคิกฝั่งซ้าย แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้าเขตโทษ โรแบร์โต เฟอร์มิโน โหม่งเข้าไปอย่างสวยงาม ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ลิเวอร์พูล เกือบได้ลุกที่ 3 จากจังหวะที่ โรแบร์โต เฟอร์มิโน ซัดด้วยขวาที่เสาสอง แต่ เกปา อาร์ริซาบาลากา ปัดออกไปได้

จากนั้นนาทีที่ 59 เชลซีน่าได้ประตู จากจังหวะที่ เอ็นโกโล ก็องเต ยิงไกล บอลหลุดเสาสองไปนิดเดียว และถัดมา 4 นาที ลิเวอร์พูลได้ลุ้นบ้างจากการยิงไกลของ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม แต่บอลเหินข้ามคาน

ถึงนาทีที่ 71 เชลซี ไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะที่ เอ็นโกโล ก็องเต พาบอลหนี ฟาบินโญ มาหน้าเขตโทษ ก่อนปั่นด้วยขวา บอลพุ่งเสียบมุมเข้าไปอย่างสุดสวย

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม นาทีที่ 88 เชลซี เกือบตีเสมอ จากจังหวะที่ มาร์กอส อลอนโซ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ มิชี บัตชัวยี ขึ้นโหม่งหลุดเสาสองไปนิดเดียว

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาชนะ เชลซี 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงต่อไป ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง 5 คะแนน

รายชื่อ 11 ตัวจริงทั้ง 2 ทีม

เชลซี: เกปา อาร์ริซาบาลาหา (GK), เซซาร์ อัซปิลิกูเอตา, อันเดรียส คริสเตนเซน, ฟิยาโก โทโมริ, เอเมอร์สัน พัลเมรี, เอ็นโกโล ก็องเต, จอร์จินโญ, มัตเตโอ โควาซิช, วิลเลียน, เมสัน เมาท์, แทมมี อับราฮัม

ลิเวอร์พูล: อาเดรียน (GK), เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, โจเอล มาติป, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ซาดิโอ มาเน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต เฟอร์มิโน

ขอบคุณเนื้อหาจาก thairath.co.th
https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premiereleague/1666516